วิธีสังเกตแมวป่วย
วันนี้เอาใจผู้ที่เลี้ยงและรักน้องเหมียว โดยวันนี้เราจะมานำเสนอวิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับน้องเหมียวกัน
วันนี้เอาใจผู้ที่เลี้ยงและรักน้องเหมียว โดยวันนี้เราจะมานำเสนอวิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับน้องเหมียวกัน
ซึ่งเราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้องเหมียวของเราป่วย หรือไม่สบาย เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะหาคำตอบได้จากการเพียงสังเกตอาการ
เนื่องจากแมวพูดไม่ได้ และตัวเราเองก็ไม่ได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดเจ้าเหมียวตลอดเวลาเช่นกัน จึงทำให้ส่วนใหญ่เราจะพาน้องเหมียว
ไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อมีอาการรุนแรงแล้วเสมอ การที่จะดูว่าแมวของเราป่วยหรือไม่ป่วยยังพอมีหลักการสังเกตได้
อันดับแรกเรามาตรวจสุขภาพน้องเหมียวเบื้องต้นกันก่อน โดยลักษณะที่ผิดปกติของร่างกาย ดังนี้
จมูก : แห้งหรือมีน้ำมูก
ตา : ขุ่นมัวหรือมีสีแดง มีขี้ตามาก
หู : มีบาดแผล บวม มีหนอง มีกลิ่นเหม็นเน่า
ปาก : เยื่อบุปากแห้งหรือมีสีซีด เหงือกซีดหรือช้ำ น้ำลายมาก มีกลิ่นปาก
ลำตัว : มีแผล มีการอักเสบ บางบริเวณไม่มีขน ขนร่วงเป็นหย่อมๆ มีสะเก็ด
ผิวหนัง : ไม่ยืดหยุ่น
อุณหภูมิ : สูงหรือต่ำกว่าปกติ
ท่าทาง : เดินโซเซไม่มีแรง ท่าทางแข็งๆ หรือกระตุก
อาการที่บ่งบอกถึงความเจ็บป่วยของเจ้าเหมียว
- เบื่ออาหารไปจนถึงไม่กินเลย แต่หากร่าเริงดี แต่ไม่กินอาหาร อาจเป็นไปได้ว่าไปกินมาจากที่อื่นแล้ว
- กระสับ กระส่าย วุ่นวาย ไม่อยู่ติดที่ ชอบหลบหนีไปซ่อนตัว ถ้าเห็นดังนี้ ควรจับขังไว้ในที่ที่ควบคุมได้ มิฉะนั้น อาจหลบไปนอนป่วยหนักอยู่ในที่ที่ตามไปช่วยไม่ทัน
- หนังตาที่สาม ที่เป็นเยื่อบาง ๆ สีขาวตรงบริเวณหัวตายื่นออกมา แต่ปกติจะซ่อนตัวอยู่
- น้ำตาไหลเยิ้ม มีขี้ตาเกรอะกรัง หรือเปลือกตาด้านในบวมแดงจนปลิ้น
- อาเจียน สำรอกอาหารออกมา บางครั้งอาจมีเลือดออกมาด้วย
- น้ำลายไหลยืด หรือชุ่มตลอดเวลา
- ท้องร่วง ตั้งแต่ถ่ายเหลว ไปจนถึงถ่ายเป็นน้ำ บางครั้งอาจมีมูกเลือดปนกลิ่นคาว
- จาม มีน้ำมูกใส ๆ ไหลออกมา บางรายอาจมีขี้มูกจากสีขาวเป็นสีเขียว หรืออาจมีหนองไหลออกมาจากจมูก บ้างก็เกรอะกรังติดตันเต็มรูจมูก จนแมวหายใจไม่ออก ต้องอ้าปากหายใจ
- คัน และเกาหูบ่อยครั้ง จนรุนแรงถึงกับเป็นแผลที่ใบหูและกกหูด้านนอก ภายในรูหูมีขี้หูสีน้ำตาลจำนวนมาก จนบางครั้งเหมือนเป็นหูน้ำหนวก หากจับจะแสดงอาการเจ็บปวด
- สั่นหัวไปมาบ่อยครั้ง หรือหัวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง บางครั้งก็ชอบเดินเป็นวงกลม มักเป็นผลจากการติดเชื้อที่หูส่วนกลาง

- ปากเหม็น ลมหายใจเหม็น เหมือนมีอะไรเน่าอยู่ภายใน
- เหงือก ตรงรอยต่อกับฟันแดงก่ำ ฟันแตกหัก หรือร้องครางเมื่อเคี้ยวอาหารบางตัว บางครั้งมีอาการอยากกินอาหาร แต่ฟันร่วงเมื่อพยายามขบกัดอาหาร
- เบ่งตัวโก่ง หรือร้องครวญครางขณะปัสสาวะ
- ปัสสาวะปนเลือดหรือขุ่นขาว
- หายใจลำบาก ติดขัด หอบ หายใจเสียงดังแปลกๆ เช่นเสียงหวีดแหลม
- เหงือกมีสีเปลี่ยนไป กลายเป็นสีซีดจางหรือขาว ซึ่งอาจมาจากโลหิตจาง หรือเป็นสีม่วงคล้ำเพราะขาดออกซิเจน เป็นต้น
- ช่องท้องขยายใหญ่และห้อยแกว่งคล้ายลูกโป่งใส่น้ำ มักพบในกรณีโรคติดเชื้อไวรัส ทำให้ช่องท้องอักเสบ
- ขนหยาบ ร่วงง่าย หลุดเป็นวง และคันตามตัว
- มีตุ่ม ก้อน หรือมีอาการบวมตามที่ต่างๆของร่างกาย เมื่อสัมผัสจะแสดงอาการเจ็บปวด
- นิสัย พฤติกรรม และอารมณ์เปลี่ยนไปจากปกติ เช่น ดุกว่าเดิม หลีกหนีจากสังคม เป็นต้น
- มีไข้ตัวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าเดิม (ปกติ อุณหภูมิแมววัดทางทวารจะอยู่ที่ 101.3 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 38.5 องศาเซลเซีย

วิธีวัดไข้น้องเหมียวก็ทำได้ง่ายๆ โดยการใช้ปรอทวัดไข้ธรรมดาของคนนิแหละ เช็ดแอลกอฮอล์ แล้วเสียบเข้าไปในก้นของน้องเหมียวไม่ต้องลึกมาก ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีแล้วเอาออกมาอ่านค่า เท่านี้เราก็จะรู้อุณหภูมิที่แน่นอน เพื่อที่จะได้รู้ว่าน้องเหมียวของเรามีไข้รึเปล่า
อย่างไรก็อย่านิ่งนอนใจ สำหรับผู้เลี้ยงหากพบอาการดังกล่าวมาเพียง 2-5 ข้อก็ควรรีบพาน้องเหมียวไปพบแพทย์โดยด่วน
cr. แหล่งข้อมูลจากเวป สาระเร็ว.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น