ตามที่ได้เกริ่นไว้ในบทความเมื่อ 25 ปีก่อน
ครั้งเมื่อถูกย้ายไปรับราชการที่เมืองลับแล เมื่อปี 2535
ได้นำเจ้า " ร็อค " น้องหมาพันธุ์อัลเซเชี่ยน หรือ เยอรมันเชพเพิร์ด
ได้ตามติดย้ายถิ่นฐานจากบ้านไร่ปลายสวน ไปอยู่บ้านพักที่ทำงานด้วยกัน
เราก็จะเดินทางกันด้วยรถปิคอัพส่วนตัว จากเชียงใหม่ ไปเมืองลับแล
เดือนหนึ่งก็จะเดินทางเช่นนี้ก็ประมาณ 1-2 ครั้ง
เจ้าร็อค เป็นน้องหมาตัวโต ที่ฉลาดจริงๆตามลำดับความฉลาด 1 ใน 5
เราได้อยู่บ้านพักเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น 2 ห้องท้ายสุดติดรั้ว
หลังสำนักงานขอเล่าถึงสภาพบ้านพักหน่อย เพื่อผู้อ่านจะได้พอนึกภาพออก
ลักษณะบ้านพักจะเป็นห้องแถวไม้สองชั้นสภาพเก่าหน่อยนึง
บ้านพักอยู่ด้านหลังของอาคารสำนักงาน เป็นห้องแถว 2 ชั้น
2 ฟากๆละ 8 ห้อง มีถนนผ่าน 2 เส้น และมีสวนหย่อมเล็กๆ อยู่ระหว่างกลางถนน
พอเดินลงบันไดด้านหลังของที่ทำงานไป ก็เจอบ้านพักเลย ห้องแรกซ้ายมือ
จะเป็นบ้านพักของปลัดฯ เราก็อยู่สองห้องท้ายสุดของฟากนี้ที่ติดกับรั้ว
เจ้าร็อคเป็นหมาตัวใหญ่ เสียงเขาเห่าก็จะต้องดังมากเป็นของธรรมดา
แต่เราเกรงใจคนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ก็เลยต้องบอกกับเจ้าร็อก
แบบ "ขอร้องละนะร็อก....อย่าเห่าได้ไหม!!..เพราะเขาจะรำคาญเอา
แล้วพวกเขาก็จะด่าแม่ เราก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ "
แล้วพวกเขาก็จะด่าแม่ เราก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ "
ร็อกก็เหมือนจะฟังรู้เรื่องและเข้าใจตามที่เราพูดขอร้องไว้
เขาก็จะไม่เห่า เราสงสารร็อกมากเลย วันๆก็ต้องนอนอยู่ห้องพักกับบริเวณ
หลังห้องที่ซักล้างเล็กๆ ด้านข้างห้องติดกับรั้วเราก็เอารถไปจอด
แล้วยังขอร้องไม่ให้เห่าอีก ฮ้าฮ่าฮา...ช่างน่าสงสารจริงๆนะเจ้าร็อค
เรามักจะนำเจ้าร็อก ออกไปเดินเล่นหลังสำนักงาน ซึ่งจะเป็นถนน
คอนกรีตเล็กๆ ออกไปทางบ้านสวนและทุ่งนาของชาวบ้านแถวนั้น
เจ้าร็อคจะได้มีโอกาสออกไปสูดอากาศหายใจคล่อง กะเดินเล่นแวะอึที่ข้างนา
ร็อค..จะคอยเดินตามเราไปเดินเล่น ทั้งด้านหลังและด้านหน้าสำนักงานตอนเย็นๆ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น